
หลักสูตร Continuous improvement แนวทางการทางพัฒนาปรับปรุงการทำงานวัดผลประเมินอย่างมีประสิทธิภาพ อบรม 8 เมษายน 2569
หลักการและเหตุผล
การเปลี่ยนแปลงในยุคในปัจจุบันของการบริหารจัดการหลายๆ ธุรกิจ มีการแข่งขันสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ฝ่ายบริหารจึงหาวิธีการต่างๆ ในการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของทุกตำแหน่งงาน สำหรับการเพิ่มผลผลิต และความพึงพอใจที่เพิ่มขึ้น การพัฒนาปรับปรุงการทำงาน จึงเป็นเครื่องมือที่เหมาะกับการแก้ไขปัญหาและพัฒนาการปฏิบัติงานได้อย่างเป็นระบบ ทั้งภาคการผลิตและการบริการ เช่น PDCA: Plan Do Check Act หรือบางภาคอุตสาหกรรมจะเรียกว่า CAP-DO คู่ไปกับการคิดค่าความเสี่ยงในปัจจัยและมิติต่างๆ ก่อนลงมือพัฒนาและปรับปรุงการทำงาน
แนวทางที่สำคัญในการเพิ่มผลการทำงานของแต่ละกระบวนการ โดยมี 3 แนวทางด้วยกัน คือ การค้นหาโอกาสในการพัฒนาการทำงานตัวเองให้ดีขึ้น แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในกระบวนการให้หมดไปและรักษามาตรฐานของกระบวนการที่ดีไว้ให้ได้ การพัฒนาทักษะปรับปรุงงานอย่างต่อเนื่องให้กับพนักงาน ย่อมจะพบการเปลี่ยนแปลงด้านวิธีการปฏิบัติงาน ลดต้นทุนการผลิต ลดปัญหาความเสียหาย ลดความสูญเปล่า ควบคุมมารตรฐานการผลิตและการบริการ รวมทั้งสร้างแรงจูงใจในการทำงานให้กับบุคลากรอีกด้วย
หลักสูตรนี้จึงเน้นความรู้ ทักษะ ปรับทัศนคติการเพิ่มประสิทธิภาพการประยุกต์และปรับปรุงงานด้วยเครื่องมือที่นิยมใช้แก้ไขปัญหากับพนักงานในระดับปฏิบัติการและหัวหน้างาน เน้นการเพิ่มผลผลิต (Productivity) โดยการวางแผนงาน (Planning) จัดลำดับความสำคัญ และใช้เทคนิคการประเมินผลที่ชัดเจน (KPIs) เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายองค์กร ควบคู่กับการให้ Feedback เพื่อพัฒนาทักษะพนักงานอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน และเน้นทำกิจกรรมกลุ่ม ระดมสมอง ฝึกทักษะการแก้ไขปัญหาปรับปรุงานให้ระบบและเห็นผลได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม
แนวทางการออกแบบเนื้อหาหลักสูตรการพัฒนาปรับปรุงการทำงานและวัดผลอย่างมีประสิทธิภาพ
1. แนวทางการพัฒนาและปรับปรุงงาน (Work Improvement & Development):
การวางแผนและการจัดระเบียบ: การกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน, การเรียงลำดับความสำคัญของงาน (Prioritization) และการใช้เทคนิค 5ส หรือ Kaizen เพื่อลดความสูญเปล่า
การพัฒนาทักษะ (Skill Development): การฝึกอบรมพนักงานใหม่และผู้บริหาร เพื่อเพิ่มสมรรถนะในการทำงานและลดข้อผิดพลาด
การบริหารจัดการทีม (Teamwork): สร้างความร่วมมือ การสื่อสารที่ชัดเจน และการเปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ
2. เทคนิคการวัดผลประเมินอย่างมีประสิทธิภาพ (Effective Evaluation):
การตั้งเป้าหมายที่วัดผลได้: การใช้ KPIs (Key Performance Indicators) หรือ OKRs (Objectives and Key Results) เพื่อประเมินผลงานที่สะท้อนความสำเร็จจริง
การประเมินผลงาน (Performance Appraisal): การประเมินที่ยุติธรรม โดยดูจากผลลัพธ์และความสามารถ
การให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะ (Feedback & Coaching): การสอนงาน (Coaching) และให้ Feedback เพื่อปรับปรุงงานอย่างต่อเนื่อง แทนการเน้นจับผิด
3. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
พนักงานเข้าใจเป้าหมายและบทบาทหน้าที่ของตนเองชัดเจน
ผลผลิต (Productivity) เพิ่มขึ้น และลดต้นทุนการทำงานที่ไม่จำเป็น
มีการพัฒนาปรับปรุงการทำงานอย่างต่อเนื่อง (Continuous Improvement)
วัตถุประสงค์
1. เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถเรียนรู้และเข้าใจหลักการวิเคราะห์ปัญหา จัดลำดับความสำคัญของปัญหา และประยุกต์ใช้กับงานของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. เพื่อให้ผู้เข้าอบรมมีแนวคิด ฝึกทักษะการเลือกใช้เครื่องมือการวิเคราะห์ปัญหา แก้ไขปัญหาและการตัดสินใจอย่างมีรูปแบบและเป็นระบบของการปรับปรุงงาน พัฒนาตนเอง หน่วยงานและบริษัทอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการนำเสนอแนวทางการปรับปรุงงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการเพิ่มผลผลิตอย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและเกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง (Continuous Improvement)
3. เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถเรียนรู้การทำงานร่วมกันเป็นทีม มีจิตสำนึกเรื่องคุณภาพและทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
เวลา 09.00 – 16.00 น.
ประเด็นการสนทนา/ฝึกปฏิบัติ
1. ทำไมต้องมีการวางแผนเพื่อปรับปรุงวิธีการทำงานอย่างต่อเนื่อง (Continuous Improvement)
2. แนวคิดของการปรับปรุงงาน การเพิ่มผลผลิตและการวัดผลอย่างมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง
3. การประยุกต์ใช้การแก้ไขปัญหาด้วย PDCA กับสมการความสำเร็จการทำงาน E+R=O
WORKSHOP : JOB IMPROVEMENT จัดกลุ่มระดมความคิดวิเคราะห์ตนเองและงาน แยกแยะ จัดลำดับความสำคัญของปัญหา และออกแบบการใช้เครื่องมือที่เหมาะสมในการปรับปรุงตนเองและงาน
หมายเหตุ : PDCA = Plan Do Check Act / E+R = O (Event+Response = Outcomes)
4. ทักษะที่จำเป็นสำหรับการปรับปรุงวิธีการทำงานและการแก้ไขปัญหาร่วมกัน
การวางแผนและกระบวนการ (Planning & Processing)
การทำงานเป็นทีมแบบมีส่วนร่วม (Teamwork)
การแบ่งหน้าที่และลงมือทำ (Delegation)
การประเมินผลและการปรับปรุงงานอย่างต่อเนื่อง (Evaluation & Improvement)
การคิดใหม่ในการปรับปรุงงานให้ทันการเปลี่ยน (Systematic Thinking)
WORKSHOP : PROCESS IMPROVEMENT ฝึกปฏิบัติการวิเคราะห์งาน การวางแผนงาน ปรับปรุงวิธีการทำงานอย่างต่อเนื่องตามเทคนิค SWOT ANALYSIS พร้อมนำเสนองานอย่างมีเหตุผล
5. เครื่องมือการวัดผลประเมินการปรับปรุงงานและพัฒนากระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพ
กำหนดสมรรถนะหลักขององค์กร (Core Competency)
หลัก 7P (People, Policy, Process, Product, Period, Partner, Paraphernalia)
การตั้งเป้าหมายและการวางแผนการทำงาน (KPIs)
การจัดลำดับความสำคัญของแต่ละงานเพื่อจัดทำแผนการทำงาน
การวางแผนดำเนินงาน (Action Plan) ในเชิงปฏิบัติ
การประเมินและติดตามผลการทำงานงานที่วัดผลเป็นรูปธรรม (Evaluation & Follow up)
WORKSHOP : PRODUCTIVITY & SATISFACTION IMPROVEMENT จัดกลุ่มระดมสมองปรับปรุงพัฒนากระบวนการทำงานโดยการใช้เครื่องมือการปรับปรุงผลผลิตและความพึงพอใจของงาน
6. วิธีการประเมินผลการทำงานและการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน
การใช้ตัวชี้วัดที่เหมาะสม (KPIs)
การประเมินผลแบบ 360 องศา
การวิเคราะห์ผลและรับฟังข้อเสนอแนะ
การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
การตั้งแผนการพัฒนา
WORSKHOP : การนำเสนอแนวทางเพื่อการปรับปรุงงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการเพิ่มผลผลิตอย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและเกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง (Continuous Improvement)
7. เทคนิคการวิเคราะห์และวัดผลการประเมินงาน 10 เรื่องการพัฒนาปรับปรุงงานอย่างต่อเนื่อง
ระบุกิจกรรมหลัก
วิเคราะห์ระดับของงาน
วิเคราะห์ชั่วโมงงานและปริมาณงาน
วิเคราะห์ความถี่ในการปฏิบัติงาน
วิเคราะห์การใช้ทรัพยากร
วิเคราะห์ความเสี่ยงของงานหรือกิจกรรม
วิเคราะห์ว่าควรจะทำเองหรือให้หน่วยงานข้างนอกทำ
ตรวจสอบผลการวิเคราะห์
กำหนดออกหรือทางเลือก
นำเสนอผู้บริหารระดับสูง
สรุปประเด็น/คำถามแลกเปลี่ยนประสบการณ์/ปิดการสัมมนา
วิธีการฝึกอบรม – สัมมนา
เป็นการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ (Dynamic & Workshop) เน้นการเรียนรู้ด้วยตนเอง และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกัน (Learning by Doing and Participating with Experiences) ซึ่งประกอบด้วย
การบรรยาย กิจกรรม และเกม การแสดงออก
กลุ่มสัมพันธ์ การแสดงความคิด ถาม – ตอบ
วิทยากรนำการสัมมนา
ดร.พิพัฒน์พล เพ็ชรเที่ยง (อ.ปีเตอร์/ดร.ปื๊ด)
Managing Director : PLAN AND WORK CENTER
ที่ปรึกษาพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และองค์กร : DE WISDOM Training Institute
ที่ปรึกษาอิสระพัฒนาพนักงานขายและพนักงานสัมพันธ์ลูกค้าด้วยกระบวนการ
Sales Consultant, Customer Service and Call Center Assessment or Development Center
ผู้เชี่ยวชาญการออกแบบหลักสูตร และเครื่องมือสำหรับการพัฒนาบุคลากรมากกว่า 10 ปี
อดีตที่ทำงาน
ที่ปรึกษาอาวุโสด้านพัฒนาบุคลากร Adecco Consulting Limited (Thailand)
ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายพัฒนาบุคลาการ Thailand Duty Free Shop Co., Ltd. (ททท.)
ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาทรัพยากรบุคคล King Power Duty Free Co., Ltd. (เอกชน)
ผู้จัดการฝ่ายบริการส่วนหน้า และผู้จัดการฝ่ายฝึกอบรม Bangkapi Royal Rose Hotel
Kasikorn Thai Bank, Ambassador Hotel Bangkok
การศึกษา
– ปริญญาเอก สาขาพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
(HUMAN RESOURCES DEVELOPMENT ) มหาวิทยาลัยรามคำแหง
ชื่อเรื่องดุษฎีนิพนธ์ การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมการสอนงานของหัวหน้างานในโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ไทย
A Development of the Coaching Training Curriculum for Supervisor in Thai Electronic Industries.
– ปริญญาโท สาขาการศึกษาเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
(HUMAN RESOURCES DEVELOPMENT ) มหาวิทยาลัยรามคำแหง
– ปริญญาตรี สาขาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร (ENGLISH COMMUNICATION ART)
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
ศิษย์เก่าดีเด่นปี พ.ศ. 2539 รางวัลนพรัตน์เชิดชูเกียรติ ประเภทผู้ให้บริการสังคม
Certificated to Mini Master of Management (MMM) NIDA
Certificated to Service Plus as Service Training for Trainer
DDI-Development Dimensions International (Thailand)
Certified to DJ Professional Training KPN MUSIC ACADEMY
ราคาท่านละ 3,900 บาท/วัน (ไม่รวม VAT)
โปรโมชั่น
ลงทะเบียน 2 ท่านประธานละ 3,500 บาท
ลงทะเบียน 3 ท่านประธานละ 3,200 บาท
ลงทะเบียน 5 ท่าน ขึ้นไปท่านละ 2,900 บาท
ฟรี อาหารว่าง เอกสารอบรม กระเป๋าผ้า สมุดปากกา
………………………………………………..
ติดต่อสอบถามจัดหลักสูตร IN HOUSE & PUBLIC TRAINING
โทร : โทร 099-162-9559 / 098-820-9929 / 092-624-7032
อีเมล์: CONTACT.TESSTR@GMAIL.COM
รหัส LINE : @TESSTRAINING
เฟซบุ๊ก : TESSTRAININGPAGE

