BEGIN:VCALENDAR
VERSION:2.0
PRODID:-//หลักสูตรฝึกอบรมฟรี 2569, ประกาศฝึกอบรม, สัมมนาฟรี, สถาบันฝึกอบรมฟรี, รวมบริษัทฝึกอบรมชั้นนำ, AllThaiTraining - ECPv6.17.5.1//NONSGML v1.0//EN
CALSCALE:GREGORIAN
METHOD:PUBLISH
X-ORIGINAL-URL:https://www.allthaitraining.com
X-WR-CALDESC:Events for หลักสูตรฝึกอบรมฟรี 2569, ประกาศฝึกอบรม, สัมมนาฟรี, สถาบันฝึกอบรมฟรี, รวมบริษัทฝึกอบรมชั้นนำ, AllThaiTraining
REFRESH-INTERVAL;VALUE=DURATION:PT1H
X-Robots-Tag:noindex
X-PUBLISHED-TTL:PT1H
BEGIN:VTIMEZONE
TZID:Asia/Krasnoyarsk
BEGIN:STANDARD
TZOFFSETFROM:+0700
TZOFFSETTO:+0700
TZNAME:+07
DTSTART:20230101T000000
END:STANDARD
END:VTIMEZONE
BEGIN:VEVENT
DTSTART;VALUE=DATE:20240627
DTEND;VALUE=DATE:20240628
DTSTAMP:20240531T074520Z
CREATED:20230925T090018Z
LAST-MODIFIED:20240531T074520Z
UID:31152-1719446400-1719532799@www.allthaitraining.com
SUMMARY:หลักสูตร การออกแบบเส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพภาคปฏิบัติ
DESCRIPTION:เปิดรับสมัคร ยืนยัน หลักสูตร การออกแบบเส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพภาคปฏิบัติ 27 มิถุนายน 2567\n  \nออกแบบ Career Path อย่างไรให้ตำแหน่งงานไม่ตัน ??? พบกับกลยุทธ์การพัฒนาทรัพยากรบุคคล (Human Resources Development : HRD) ยุค New Normal ที่องค์กรชั้นนำยุคใหม่นิยมนำมาใช้ในการสร้าง   แรงจูงใจและขวัญกำลังใจให้พนักงานในองค์กร คือ การกำหนดเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพของพนักงาน (Career Path: CP) ให้บุคลากรมองเห็นโอกาสความก้าวหน้าในชีวิตการทำงานในอนาคตของตนเอง    ซึ่งนอกจากจะเป็นการสร้างขวัญขวัญกำลังใจในการทำงาน และส่งเสริมความผูกพันต่อองค์กรแล้ว ยังมีส่วนช่วยทำให้องค์กรมีบุคลากรคุณภาพเพิ่มมากขึ้น เพื่อมาพัฒนาระบบงานและพัฒนาองค์กรในตอบสนองความต้องการของลูกค้า ให้บรรลุเป้าหมายขององค์กรที่กำหนดไว้ (Corporate KPI) และเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กร (Competitive Advantage) อย่างยั่งยืน \nสถาบันฯ ได้ออกแบบและพัฒนาหลักสูตรนี้ขึ้นจากประสบการณ์ตรงภาคปฏิบัติของวิทยากรและที่ปรึกษาหล่อหล่อมในรูปแบบการเรียนรู้ที่กระชับ เข้าใจง่าย และใช้งานได้จริง พร้อมตัวอย่างและแบบฟอร์ม ที่จะช่วยให้ท่านสามารถออกแบบ Career Path ได้อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิผล \n  \nวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้ : เพื่อให้ผุ้เข้ารับการอบรม \n\nสามารถอธิบายหลักการ แนวคิด ความจำเป็น ความสำคัญ ขั้นตอน วิธีการ และเทคนิคการจัดทำ Career  Path ได้\nเสริมสร้างทักษะและเทคนิคในการออกแบบ Career Path ในการวางแผนให้บุคลากรมองเห็นโอกาสการเติบโตก้าวหน้าในสายอาชีพของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นรูปธรรม\nสามารถออกแบบเกณฑ์และเงื่อนไขการเติบโตตาม Career Path Criteria ขององค์กรให้สอดคล้องกับโครงสร้างตำแหน่งงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ชัดเจน เป็นรูปธรรม\nสามารถออกแบบประเมินคนดีที่มีความเหมาะสมตามเกณฑ์ Career Path ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ชัดเจน เป็นรูปธรรม\nสามารถวิเคราะห์ Competency ในการจัดทำ Training Road Map ให้เชื่อมโยงกับ Career Path Criteria ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ชัดเจน เป็นรูปธรรม\nเสริมสร้างเทคนิคและวิธีการสัมภาษณ์และคัดเลือก เพื่อพิจารณาเลื่อนตำแหน่งงานบุคลากร\nเสริมสร้างเทคนิคการเชื่อมโยง Career Path กับงาน HRD เกี่ยวกับ Training Road Map\, Individual Development Plan\, Succession Plan และ KPI ได้อย่างเป็นระบบ\nสามารถนำความรู้ที่ได้รับมาปรับใช้ในการจัดทำ Career  Path ได้อย่างสอดคล้องกับนโยบายและทิศทางขององค์กร\n\n  \nหัวข้อสำคัญของการเรียนรู้ :  \nส่วนที่  1  :  ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับ Career Path \n\nความหมายของ Career Path\nความเหมือนและความแตกต่างระหว่าง Career Path กับ Succession Plan\nประโยชน์ของ Career Path ในการพัฒนาบุคลากรและองค์กร\nการสร้างความผูกพันต่อองค์กรด้วย Career Path\n\nส่วนที่  2  : การออกแบบ Career Path ภาคปฏิบัติ\n\n6 เรื่องที่องค์กรต้องเตรียมตัวเบื้องต้นในการจัดทำ Career Path\nบทบาทของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดทำ Career Path\nแนวทางในการจัดทำ Career Path ภาคปฏิบัติ\n\nส่วนที่  3  :  การวิเคราะห์ผังโครงสร้างองค์กรและผังโครงสร้างตำแหน่งงาน\n\nความเชื่อมโยงของรูปแบบของเส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพ กับผังโครงสร้างองค์กร\nการวิเคราะห์ผังโครงสร้างองค์กรและผังโครงสร้างตำแหน่งงาน\n\nส่วนที่  4  :  การกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเติบโตตาม Career Path Criteria สมัยใหม่ ด้วย KPI\, Competency\, ประสบการณ์การทำงาน และคนดีที่มีความเหมาะสม  \n\nการกำหนดเกณฑ์และเงื่อนไขการเติบโตตาม Career Path Criteria สมัยใหม่ ด้วย KPI\, Competency\, ประสบการณ์ทำงาน และคนดีที่มีความเหมาะสม\nตัวอย่าง Career Path Criteria ยุคใหม่ (หลักเกณฑ์การพิจารณาเลื่อนตำแหน่งงาน)\nWorkshop 1 : ฝึกปฏิบัติออกแบบ Career Path Criteria ขององค์กรให้สอดคล้องกับโครงสร้างตำแหน่งงาน\nตัวอย่าง เงื่อนไข/รายละเอียดของ Career Path Criteria\nแนวทางการวิเคราะห์และกำหนดหลักเกณฑ์คนดีที่มีความเหมาะสมด้วยหลัก 4Cs \nWorkshop 2 : ฝึกปฏิบัติคัดเลือกเกณฑ์ประเมินคนดีมีความเหมาะสมตาม Career Path Criteria ขององค์กร \n\nส่วนที่  5  :  การวิเคราะห์ Competency ให้เชื่อมโยงกับ Career Path Criteria ด้วย Training Road Map\n\nการวิเคราะห์งานและ Competency จาก Job Description ให้เชื่อมโยงกับ Career Path Criteria พร้อมตัวอย่าง\nWorkshop 3 : ฝึกปฏิบัติวิเคราะห์ Competency ในการกำหนดเงื่อนไขของ Career Path Criteria\nการจัดทำ Training Road Map ให้เชื่อมโยงกับ Career Path Criteria\nตัวอย่าง การจัดทำ Training Road Map ให้เชื่อมโยงกับ Career Path Criteria\nWorkshop 4 : ฝึกปฏิบัติการเชื่อมโยง Competency สู่ Training Road Map \n\nส่วนที่  6  :  การจัดทำ Career Path Procedure ในการ Implement ระบบ\n\n7 ขั้นตอนการดำเนินงานที่ควรจะกำหนดเป็น Career Path Procedure \nสรุปภาพรวมกระบวนการสำคัญในการจัดทำ Career Path\n\nส่วนที่  7  :  แนวทางการสัมภาษณ์และคัดเลือกพนักงานในการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งงาน (Interview and Selection for Promote)\n\nการกำหนด KPI และแบบประเมิน KPI ในการเลื่อนตำแหน่งงาน พร้อมตัวอย่าง\nวิธีการสัมภาษณ์และคัดเลือกเกี่ยวกับผลการปฏิบัติงาน (KPI) สำหรับผู้บริหาร ในการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งงาน\nการกำหนด Competency และแบบประเมินขีดความสามารถ (Competency Assessment) ในการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งงาน พร้อมตัวอย่าง\nวิธีการสัมภาษณ์และคัดเลือกเกี่ยวกับความสามารถ (Competency) สำหรับผู้บริหาร ในการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งงาน\nการประเมินคนดีมีความเหมาะสม ในการเลื่อนตำแหน่งงาน พร้อมตัวอย่าง\n\nส่วนที่  8  :  เทคนิคการเชื่อมโยง Career Path กับระบบ HRD\n\nเทคนิคการจัดทำ Training Road Map ให้เชื่อมโยงกับ Career Path\nเทคนิคการจัดทำแผนพัฒนารายบุคคล (Individual Development Plan : IDP) ให้เชื่อมโยงกับ Career Path\nเทคนิคการจัดทำแผนสืบทอดตำแหน่ง (Succession Plan : SP) ให้เชื่อมโยงกับ Career Path\nเทคนิคการจัดทำ KPI ให้เชื่อมโยงกับ Career Path\n\nรูปแบบและวิธีการเรียนรู้ : \n\nการบรรยาย (Lecture)  ในรูปแบบการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ (Adult Learning) \nการเล่า Case ประสบการณ์\nการทำกิจกรรมกลุ่ม (Workshop) เชิงปฏิบัติการ: ในการจัดทำ Career  Path และ Individual Development Plan ของจริง\nการแบ่งกลุ่มเพื่อระดมความคิด (Brain Strom) กระตุ้นให้เกิดการแลกเปลี่ยนความเห็น (Discussion) เรียนรู้ซึ่งกันและกัน และการนำเสนอความคิดเห็น\nการตอบข้อซักถาม : เพื่อสร้างความเข้าใจที่ชัดเจน และกระตุ้นผู้เรียนรู้ให้คิดตาม\n\nหลักสูตรนี้เหมาะสมสำหรับ :\nผู้บริหาร ผู้จัดการฝ่าย หัวหน้าแผนก นักบริหารทรัพยากรมนุษย์ และผู้สนใจทั่วไป \n วิทยากร : อาจารย์ ธนุเดช  ธานี (อ.ต้น)\n\nวิทยากรและที่ปรึกษาผู้ชำนาญการพิเศษด้าน HR จากประสบการณ์ 33 ปี\nวิทยากรพิเศษด้าน HRD ของ SGS ACADEMY\nวิทยากรพิเศษด้าน HRD คณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA)\nอดีตกรรมการสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT) 2 สมัย\n\nวันและเวลาสัมมนา :  \nรุ่นที่  25  วันที่  11 ตุลาคม  2566  ระหว่างเวลา 09.00-16.00 น.   \nสถานที่สัมมนา :\n\nโรงแรมเซนต์เจมส์ สุขุมวิท 26 กรุงเทพฯ (ใกล้ BTS พร้อมพงษ์) \n\n  \nลงทะเบียนOnline คลิ๊ก !! \n\n\n  บริษัท เทสส์ เทรนนิ่ง จำกัด \n  \nราคาท่านละ 3\,900 บาท/วัน (ไม่รวม VAT) \nราคาสุดพิเศษอย่างยิ่ง \nลงทะเบียน 4 ท่าน ขึ้นไปท่านละ 2\,900 บาท \nราคาดังกล่าว ฟรี \n1) เอกสารประกอบการสัมมนา (เข้าเล่ม) \n2) ใบประกาศผ่านการอบรม \n3) อาหารเบรก 2 มื้อ อาหารกลางวันบุฟเฟ่ต์โรงแรม รับกระเป๋าผ้าสมุดปากกา หน้างาน \n\n\n  \nติดต่อสอบถาม \nTel : 098-8209929 คุณกุ้ง \nE-mail: inwtraining.sale@gmail.com \nLine id : @Tesstraining \nFacebook : tesstrainingpage \nทาง บริษัท เทสส์ เทรนนิ่ง จำกัด เป็นบริษัทฝึกอบรมสัมมนาครบวงจร \nwww.tesstraining.com \nwww.inwtraining.com
URL:https://www.allthaitraining.com/event/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97/
LOCATION:โรงแรมโนโวเทล สุขุมวิท 20
ATTACH;FMTTYPE=image/jpeg:https://www.allthaitraining.com/wp-content/uploads/2023/09/unnamed-2.jpg
END:VEVENT
BEGIN:VEVENT
DTSTART;VALUE=DATE:20240627
DTEND;VALUE=DATE:20240628
DTSTAMP:20240524T021840Z
CREATED:20240215T103900Z
LAST-MODIFIED:20240524T021840Z
UID:33172-1719446400-1719532799@www.allthaitraining.com
SUMMARY:หลักสูตร เทคนิคการขายงานราชการและรัฐวิสาหกิจ
DESCRIPTION:Public Training เปิดรับสมัคร ยืนยัน หลักสูตร เทคนิคการขายงานราชการและรัฐวิสาหกิจ อบรม 27 มิถุนายน 2567 \nทคนิคการขายงานราชการและรัฐวิสาหกิจ \nงานขายในระดับเชิงธุรกิจ มีทั้งขายในระดับB2BและB2G การขายงาน หรือ ขายสินค้าผลิตภัณฑ์ หรือขายโครงการให้กับภาคหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ นั้น ถือว่าเป็นอีกหนึ่งกลุ่มธุรกิจที่สำคัญ ที่องค์กรภาคเอกชนไม่ควรมองข้าม ถึงแม้ว่าลักษณะงานขายแบบB2Gนั้นมีรายละเอียดค่อนข้างมาก มีขั้นตอนที่ต้องทำการศึกษาให้ละเอียดถี่ถ้วน แต่ก็จะเป็นแหล่งลูกค้าที่สำคัญขององค์กรได้ เพราะเมื่อได้งาน และสามารถส่งมอบได้ตามมาตรฐานของการจัดซื้อจัดจ้าง หรือ ตามTORของหน่วยงานราชการนั้น ๆ แล้ว โอกาสความเสี่ยงแทบไม่มี ค่อนช้างได้รับการชำระค่างาน ค่าโครงการ หรือ ค่าสินค้าผลิตภัณฑ์ แน่นอน \nแต่กว่าการจะได้มา เป็นList Vendorของหน่วยงานราชการ แต่ละที่ ที่มีการจัดซื้อจัดจ้างนั้นก็ไม่ใช่ง่าย มีขั้นตอนของกระบวนการ ประกอบการการเตรียมศึกษารายละเอียดของโครงงานที่นำเสนอ หรือTORนั้น สามารถตีโจทย์แตก มองเห็นช่องทางในการนำเสนอเพื่อให้ได้สามารถชนะการประมูล เพื่อให้ได้งาน \nดังนั้น หลักสูตร เทคนิคการขายงานราชการและรัฐวิสาหกิจ จัดทำขึ้น เพื่อตอบให้ผู้บริหาร ทีมงานขาย ของภาคเอกชน สนใจที่เข้าสู่ตลาดภาครัฐ \nวัตถุประสงค์ \n1. เพื่อให้เกิดความเข้าใจตลาดลูกค้าภาคราชการ และรัฐวิสาหกิจ \n2. เพื่อให้เข้าใจกระบวนการการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ \n3. เพื่อให้สามารถตระหนักรู้และเห็นถึงความสำคัญของการตีโจทย์ทาง SpecificationหรือTORที่ออกจากหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้สามารถเสนองานได้ถูกต้องและให้ได้งาน \n4. เพื่อทราบและทำความเข้าใจเทคนิคการขายงานราชการและรัฐวิสาหกิจ \n  \n  \nหัวข้อการอบรม \n1. กรอบความคิด Mindsetมีความสำคัญต่อการทำงานด้านการขายหน่วยงานภาครัฐ และรัฐวิสาหกิจ อย่างไร \nFacilitator and Group Coachingเพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้เกิดความเข้าใจและตระหนักรู้เข้าใจกรอบความคิด ในกระบวนการงานขายงานภาครัฐ ด้วยGrowth Mindset & Outward Mindset \n2. ทำไมระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีด้านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ จึงต้องให้ความใส่ใจ \nFacilitator and Group Coaching เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้เกิดความเข้าใจ ตระหนักรู้เห็นถึงความสำคัญจต่อการเข้าใจระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ อันจำเป็นที่จะต้องเข้าใจระเบียบทุกขั้นตอน ตั้งแต่ขั้นต้น จนถึงการส่งมอบสินค้า ส่งมอบโครงงาน หรือโครงการ เพื่อให้สามารถผ่านกระบวนการจนได้รับการชำระเงินจากหน่วยงานภาครัฐ \n3. ทำไม Specificationรายละเอียดของโครงการ โครงงานด้านบริการ หรือ ตัวผลิตภัณฑ์ จึงมีความสำคัญต่อ งานด้านการขายภาครัฐ \nFacilitator and Group Coaching เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้ตระหนักเห็นถึงความสำคัญ และ ทำการศึกษาว่าSpecificationที่ออกมาจากหน่วยงานภาครัฐ หรือ รัฐวิสาหกิจ สามารถจัดดำเนินการในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ หรือ โครงงาน หรือ โครงการ เพื่อให้สามารถเสนองานและสามารถดำเนินการให้ชนะการประมูลหรือได้รับการคัดเลือก หรือ ในมุมมองอีกด้านหนึ่ง เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้ทำการยื่นSpecification ของผลิตภัณฑ์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานผู้ทำการออก Specได้ทำการศึกษาสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ของบริษัท เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้มีความรู้และมีโอกาสออกSpec ให้ใกล้เคียง หรือ สอดคล้องกับสินค้าผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ได้เปรียบเหนือ คู่แข่ง \n4. ทำไมต้องทำความเข้าใจ TOR \nFacilitator and Group Coaching เพื่อให้ ผู้เข้าอบรมได้มีความตระหนักและเข้าใจเห็นถึงความสำคัญ ของการอ่านรายละเอียดและตีความในสาระข้อที่สำคัญใน TOR เพื่อให้สามารถนำเสนอขายงานได้ตามTORของหน่วงงานราชการนั้นได้ และมีโอกาสชนะเพื่อให้ได้งานมาดำเนินการต่อ และ/หรือ อีกมุมมองอีกด้านหนึ่ง คือ เพื่อให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่ทำหน้าที่ออก TORได้ทำความเข้าใจในสินค้าผลิตภัณฑ์ โครงการ เพื่อให้สามารถออกTORให้ได้มีรายละเอียดตามที่เจ้าหน้าที่บริษัทได้ทำการนำเสนอข้อมูลไปแล้ว เพื่อให้ได้เปรียบเหนือคู่แข่ง \n5. ทำไมต้องศึกษาสถานะ ผลิตภัณฑ์ โครงการ ของคู่แข่ง \nFacilitator and Group Coaching เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้เกิดความเข้าใจและตระหนักรู้ถึงการเข้าใจสถานะทั้งหมดของคู่แข่งทั้งหมด เป็นอย่างดี ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ โครงการ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในราคาที่มีโอกาสได้รับการคัดเลือก \n6. ความจำเป็นที่ต้องทราบเทคนิค ที่สำคัญในการเสนองานขายหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ \nFacilitator and Group Coaching เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้เกิดความเข้าใจและตระหนักรู้ถึงเทคนิคที่สำคัญ เพื่อให้งานการขายงานราชการและรัฐวิสาหกิจ มีประสิทธิภาพและเพื่อสร้างโอกาสของการได้งานขายกับหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ \n6.1 การค้นหา และเข้าถึง ลีดของหน่วยงานนั้นที่มีหน้าที่ในการออกคุณสมบัติรายละเอียด(Specification)และ ออกTOR \n6.2 การค้นหา และเข้าถึง ผู้ที่พิจารณาคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ หรือ โครงการ เพื่อทำการคัดเลือก บริษัทที่เสนอได้ตรงถูกต้อง ในการได้รับการคัดเลือกในนำส่งผลิตภัณฑ์ หรือ ดำเนินการโครงการ \n6.3 การค้นหา และเข้าถึง ผู้ที่มีอำนาจในการตัดสินใจ ในตัดสินใจเลือก บริษัทที่จะได้ดำเนินการส่งมอบสินค้าผลิตภัณฑ์ หรือ ส่งมอบโครงการ \n6.4 การค้นหา และเข้าถึง ผู้ที่มีอำนาจในการตรวจรับ \n6.5 การให้ข้อมูลหรือ จัดฝึกอบรมให้ความรู้ ที่เป็นประโยชน์ ในตัวสินค้า ผลิตภัณฑ์ หรือ โครงการ ให้กับผู้ที่มีอำนาจในการออกคุณสมบัติ ผู้ที่มีอำนาจในการคัดเลือก และผู้ที่มีอำนาจในการตัดสินใจ \n6.6 สร้าง Network connectionไว้กับทุกหน่วยงานราชการ เพื่อประโยชน์ต่องานขายของบริษัท \n  \nแนวทางการอบรม ใช้แนวทางอำนวยให้เกิดความคิดโดยการตั้งคำถามชวนคิด และพูดคุยกันใน \nลักษณะการสนทนา (Dialogue) \n  \nผู้เข้าอบรม ระดับ ผู้บริหารระดับต้นเป็นต้นไป \n  \nระยะเวลาอบรม 1 วัน ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. \n  \nวิทยากร \nวิทยากร :อาจารย์เหรียญชัย นำชัยศรีค้า \n  \nราคาท่านละ 3\,900 บาท/วัน (ไม่รวม VAT) \nราคาสุดพิเศษอย่างยิ่ง \nลงทะเบียน 4 ท่าน ขึ้นไปท่านละ 2\,900 บาท \nราคาดังกล่าว ฟรี \n1) เอกสารประกอบการสัมมนา (เข้าเล่ม) \n2) ใบประกาศผ่านการอบรม \n3) อาหารเบรก 2 มื้อ อาหารกลางวันบุฟเฟ่ต์โรงแรม รับกระเป๋าผ้าสมุดปากกา หน้างาน \n  \nลงทะเบียนOnline คลิ๊ก !! \n\n\n  บริษัท เทสส์ เทรนนิ่ง จำกัด \n  \n\n\nติดต่อสอบถาม \nTel : 098-8209929 คุณกุ้ง \nE-mail: inwtraining.sale@gmail.com \nLine id : @Tesstraining \nFacebook : tesstrainingpage \nทาง บริษัท เทสส์ เทรนนิ่ง จำกัด เป็นบริษัทฝึกอบรมสัมมนาครบวงจร \nหลักสูตรสามารถเลือกออกเเบบเพิ่มจัดรูปเเบบ IN HOUSE  ในองค์กรเเจ้งได้ค่ะ \nhttp://www.tesstraining.com
URL:https://www.allthaitraining.com/event/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%b2/
LOCATION:โรงแรมแรมแบรนดท์ สุขุมวิทซอย 18-20
ATTACH;FMTTYPE=image/jpeg:https://www.allthaitraining.com/wp-content/uploads/2024/02/timeline_20240215_112410.jpg
END:VEVENT
BEGIN:VEVENT
DTSTART;VALUE=DATE:20240627
DTEND;VALUE=DATE:20240629
DTSTAMP:20240529T025322Z
CREATED:20240529T025322Z
LAST-MODIFIED:20240529T025322Z
UID:34718-1719446400-1719619199@www.allthaitraining.com
SUMMARY:หลักสูตร “Core Tools Technique”  (APQP\, PPAP & CONTROL PLAN\, FMEA\, MSA\, SPC) In-house Training
DESCRIPTION:หลักสูตร “Core Tools Technique”  (APQP\, PPAP & CONTROL PLAN\, FMEA\, MSA\, SPC) In-house Training \nหลักการและเหตุผล   หัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ ที่นำมาปรับปรุงและพัฒนาด้านระบบ คุณภาพให้มีประสิทธิผลและสอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าทางด้านอุตสาหกรรมยานยนต์นำมาปฏิบัติให้สอดคล้องกับ ระบบของ ISO/TS16949 (IATF 16949) เครื่องมือสำคัญดังกล่าวคือ  Core Tools Technique ประกอบด้วย เครื่องมือทั้งหมด 6 ชนิดได้แก่  APQP\, PPAP & CONTROL PLAN\, FMEA\, MSA\, SPC  เครื่องมือเหล่านี้ใช้เป็นเครื่องมือหลักในอุตสาหกรรมยานยนต์  ที่ สามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อระบุข้อบกพร่องในระยะเริ่มแรกก่อนที่จะเริ่มการผลิตหรือบริการเป็นเวลานานและมี คุณสมบัติก่อนที่จะมีกระบวนการผลิตจำนวนมากและเพื่อลดความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ \nวัตถุประสงค์  \n\nเพื่อให้ผู้อบรมเข้าใจความหมาย ความสำคัญของข้อกำหนดพื้นฐานของ ISO/TS16949 (IATF 16949) ที่เกี่ยวข้องกับ ด้านของ Core Tools Technique\nเพื่อให้ผู้อบรมทราบความสัมพันธ์ระหว่าง APQP \,FMEA\, Control Plans\, MSA\, SPC \,PPAP ข้อกำหนดพื้นฐานของ ISO/TS16949 (IATF 16949)\nเพื่อให้ผู้อบรมเข้าใจและประยุกต์ใช้สำหรับกระบวนการเพื่อระบุข้อบกพร่องในระยะเริ่มแรกก่อนที่จะ เริ่มการผลิตหรือบริการและคุณสมบัติก่อนที่จะมีกระบวนการผลิตจำนวนมาก อย่างมีประสิทธิผล\n\nผลที่คาดว่าจะได้รับ  \n\nผู้อบรมทราบ อบรมเข้าใจความหมาย ความสำคัญของข้อกำหนดพื้นฐานของ ISO/TS16949 (IATF 16949) ที่ เกี่ยวข้องกับด้านของ Core Tools Technique.\nผู้อบรมมีความเข้าใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง APQP \,FMEA\, Control Plans\, MSA\, SPC \,PPAP ข้อกำหนดพื้นฐานของ ISO/TS16949 (IATF 16949)\nผู้อบรมสามารถนำไปประยุกต์ใช้สำหรับกระบวนการเพื่อระบุข้อบกพร่องในระยะเริ่มแรกก่อนที่จะเริ่ม การผลิตหรือบริการและคุณสมบัติก่อนที่จะมีกระบวนการผลิตจำนวนมาก อย่างมีประสิทธิผล\n\nรูปแบบการฝึกอบรม  \n\nทฤษฎี 60 % ปฏิบัติ 30 %\nการเรียนรู้แบบ Blended Learning Solution ระบบการเรียนรู้แบบผสมผสานเชิงสร้างสรรค์\nการเรียนรู้จากการถ่ายทอดประสบการณ์ Learn by Experience.\nWork shop / Case Study <กิจกรรมระดมสมองและร่วมการด าเนินกิจกรรมเสมือนจริง>\n\n  \nเนื้อหาบรรยาย  \n(วันที่ 1)  \nModule 1:   บริบทของการวางแผนคุณภาพผลิตภัณฑ์ใหม่ (Advance Product Quality Planning: APQP)   \n\nทบทวนข้อกำหนดพื้นฐานของ ISO/TS16949 (IATF 16949) ที่เกี่ยวข้องกับด้านของ Core Tools Technique\nเครื่องมือในการวางแผน APQP และความสัมพันธ์ระหว่าง APQP กับ ISO/TS16949 (IATF 16949)\nความเข้าใจของการวางแผนคุณภาพผลิตภัณฑ์ และกระบวนการอนุมัติการผลิต\nการวางแผนการผลิตล่วงหน้า APQP ให้มีความสอดคล้องกับข้อกำหนดใน ISO/TS16949 (IATF 16949)\nความสัมพันธ์ระหว่าง APQP กับ ISO/TS16949 (IATF 16949)\nความสัมพันธ์ระหว่าง APQP กับ FMEA\, Control Plans\, MSA\, SPC and PPAP\nความสัมพันธ์ระหว่าง APQP กับ CSR (Customer Specific Requirements)\nการประเมินความเสี่ยง\nการติดตามและการประเมินความสมบูรณ์ของแผนงาน\nขั้นตอนการวางแผนคุณภาพผลิตภัณฑ์ล่วงหน้า (ในการเตรียมผลิตภัณฑ์ใหม่)\n\nเฟส 1 การวางแผนและการกำหนดโครงการ \nเฟส 2 การออกแบบและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ \nเฟส 3 การออกแบบและการพัฒนากระบวนการ \nเฟส 4 การรับรองผลิตภัณฑ์และกระบวนการ \nเฟส 5 ข้อมูลย้อนกลับ/การประเมิน และการลงมือแก้ไข \n\nกระบวนการทบทวนความเป็นไปได้และ Feasibility Review & Risk analysis\nการจัดการเพื่อทบทวนกระบวนการการผลิต (Process Review Management)\n\n  \nModule 2:     \nการจัดทำแผนควบคุม (Control Plan= CP)  \n\nแผนควบคุม (Control Plan) คืออะไร\nความสำคัญของแผนควบคุม (Control Plan)\nประเภทของแผนควบคุม (Control Plan)\nการลงรายละเอียดในเอกสารแผนควบคุม (Control Plan) ที่ถูกต้อง\nเทคนิคการจัดทำและประยุกต์ใช้แผนควบคุม (Control Plan)\nสำหรับช่วงทดลองผลิต (Pre-Production) และผลิตจริง (Mass-Production)\nข้อควรระวังและประเด็นปัญหาที่พบบ่อยในการลงรายละเอียดในแผนควบคุม ที่มีความผิดพลาด ในมุมมองของผู้ตรวจประเมิน\n\n  \nModule 3 :   \nบริบทของการ “การอนุมัติชิ้นส่วนการผลิต” (Production Part Approval Process : PPAP)  \n\nขอบเขตการของอนุมัติ วัตถุประสงค์ของการตรวจรับรองชิ้นส่วนการผลิต\nข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานยานยนต์ และข้อกำหนดการอนุมัติผลิตภัณฑ์เพื่อทำการผลิต\nความสัมพันธ์ระหว่าง PPAP กับ APQP\, FMEA\, Control Plans\, MSA and SPC\nการวางแผนการจัดทำ PPAPและการพิจารณาขอบข่ายในการจัดเตรียม PPAP\nความสัมพันธ์ระหว่าง PPAP กับ CSR (Customer Specific Requirements)และการพิจารณา PPAP Level.\nระบบเอกสารที่จำเป็นสำหรับการอนุมัติ\nปัญหาและแนวทางการแก้ไข\n\n  \nวันที่ 2 \nModule 4:    \nการวิเคราะห์ระบบการวัด (MEASUREMENT SYSTEM ANALYSIS: MSA)  \n\nความหมายและความเข้าใจคุณลักษณะทางสถิติของระบบการวัด\nหลักการและความแปรผันในระบบการวัดและความคลาดเคลื่อนของระบบการวัด\nการปรับปรุงระบบการวัดเพื่อนำไปสู่การสร้างความเชื่อถือ\nการวิเคราะห์ความแม่นยำของระบบการวัดแบบ Variable ของ (GR&R)\nการวิเคราะห์ความถูกต้องของระบบการวัดแบบ Variable ของ (Bias)\nการวิเคราะห์ความถูกต้อง/แม่นยำ เมื่อเปลี่ยนย่านวัดแบบ Variable ของ (Linearity)\nการวิเคราะห์ความถูกต้อง/แม่นยำเมื่อเปลี่ยนย่านวัดแบบ Variable ของ (Stability)\nการวิเคราะห์เสถียรภาพการวิเคราะห์ระบบการวัดแบบนับ (Kappa)\nขั้นตอนการวิเคราะห์ Repeatability\, Reproducibility แบบ Attribute\nการคำนวณ Kappa\, Effectiveness\, Miss Rate \, False Alarm Rate\n\nModule 5:   \n การวิเคราะห์ข้อบกพร่องและผลกระทบ (Failure Mode and Effects Analysis =FMEA)  \n\nความหมายและวัตถุประสงค์ของ FMEA\nประเภทของ FMEA และทบทวนคำศัพท์/นิยาม/หลักการของ FMEA\nเทคนิคการประยุกต์ใช้ FMEA ตามมาตรฐานของระบบคุณภาพ ISO/TS16949 (IATF 16949)\nการวิเคราะห์แนวโน้มลักษณะข้อบกพร่องและผลกระทบของกระบวนการ\nเทคนิคการลงบันทึกในเอกสาร FMEA ฉบับใหม่\nแนวคิดและเทคนิคของ Design FMEA และวิธีการนำไปใช้กับขั้นตอนการออกแบบผลิตภัณฑ์\nการออกแบบ Design FMEA ให้มีความสอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า\nแนวคิดและเทคนิคของ Process FMEA และวิธีการนำไปใช้กับขั้นตอนการออกแบบกระบวนการ\nเกณฑ์การประเมินและให้คะแนนของค่าความรุนแรง\, โอกาสเกิดและการตรวจจับตามคู่มือ FMEA ฉบับใหม่\nเทคนิคและแนวทางในการวิเคราะห์ข้อบกพร่องและผลกระทบ\n\n  \n  \n  \nModule 6:   \nการควบคุมกระบวนการโดยใช้เทคนิคทางสถิติ (Statistical Process Control=SPC)  \n\nแนวคิดและวิวัฒนาการด้านสถิติความสำคัญและความหมายของสถิติ\nแนวทางการนำสถิติไปใช้ภายใต้เงื่อนไขของระบบการจัดการด้านคุณภาพ ISO/TS16949 (IATF 16949)\nประโยชน์ของการนำสถิติไปใช้ในการควบคุมกระบวนการ\nทบทวนความรู้พื้นฐานทางด้านสถิติ\nขั้นตอนการแก้ไขปัญหาและการนำสถิติ ไปใช้ ในการควบคุมกระบวนการ\nเทคนิคการควบคุมกระบวนการและการคำนวณ โดยใช้สถิติ เครื่องมือทางสถิติ Control Chart ประเภทต่างๆ ได้แก่ Variable Control Chart / Xbar-R Chart\, Xbar-S Chart\, X-MR etc. Attribute Control Chart\,P Chart\, np Chart\, C Chart และ U Chart\nเทคนิคการวิเคราะห์ และตีความหมายของความผิดปกติ ในแผนภูมิควบคุมด้านต่างๆ\nการดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องเมื่อเกิดความผิดปกติ\nแนวคิดของการศึกษาความสามารถของกระบวนการ\nเทคนิคการคำนวณค่าความสามารถของกระบวนการ (Cp\, Cpk\, Pp\, Ppk)\nการวิเคราะห์ และตีความหมายของดัชนีวัดความสามารถประเภทต่างๆ และการน าไปปรับปรุงเพื่อ ยกระดับขีดความสามรถของกระบวนการ\n\nติดต่อสอบถาม \nTel : 098-8209929 คุณกุ้ง \nE-mail: inwtraining.sale@gmail.com \nLine id : @Tesstraining \nFacebook : tesstrainingpage \nทาง บริษัท เทสส์ เทรนนิ่ง จำกัด เป็นบริษัทฝึกอบรมสัมมนาครบวงจร \nIn-house Training \nwww.tesstraining.com \nwww.inwtraining.com
URL:https://www.allthaitraining.com/event/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3-core-tools-technique-apqp-ppap-control-plan-fmea-msa-spc-in-house-training/
ATTACH;FMTTYPE=image/jpeg:https://www.allthaitraining.com/wp-content/uploads/2024/05/unnamed-2.jpg
END:VEVENT
END:VCALENDAR