หลักสูตรการจัดการคลังสินค้าและควบคุมสินค้าคงคลังอย่างมีประสิทธิภาพ
หลักสูตรการจัดการคลังสินค้าและควบคุมสินค้าคงคลังอย่างมีประสิทธิภาพ
รายละเอียด
การบริหารจัดการคลังสินค้าต้องมีองค์ประกอบสำคัญหลายอย่างเข้ามาร่วมด้วย และด้วยความซับซ้อนที่ต้องให้การบริหารมีคุณภาพดี จึงต้องอาศัยระบบการทำงานที่มีคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นระบบเทคโนโลยีอุปกรณ์เครื่องมือที่ทันสมัยและบุคลากรที่เป็นมืออาชีพ ทั้ง 3 สิ่งนี้ต้องทำงานสอดประสานกัน เพื่อให้เกิดความแม่นยำในการทำงาน
การเก็บสต็อกไว้มากเกินไป ทำให้ต้นทุนสูงขึ้นและเสียเปรียบในเชิงการแข่งขัน การเก็บสต็อกน้อยเกินไปทำให้ของขาดไม่พอใช้ ไม่พอขาย ทำให้เสียโอกาส และเสียลูกค้า การตรวจนับสต็อกที่ไม่ถูกต้อง และไม่รู้วิธีป้องกัน ก็เกิดปัญหาซ้ำซากไม่รู้จักจบสิ้น การเรียนรู้เทคนิคใหม่ ๆ ที่ใช้กันในบริษัทชั้นนำในการควบคุมดูแลระดับสต็อกให้พอดี จะช่วยให้เราเกิดแนวคิดในการปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานโดยไม่ต้องเพิ่มคน
วัตถุประสงค์ในการฝึกอบรม
1. เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้ทราบหลักการและเทคนิคการจัดระบบและบริหารคลังสินค้าที่ดี เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นได้
2. เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถออกแบบคลังสินค้าเพื่อใช้พื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่องค์กร
คุณสมบัติผู้เข้ารับการอบรม
หัวหน้าคลังสินค้า เจ้าหน้าที่คลังสินค้า เจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิต และบุคลากรที่เกี่ยวข้องขององค์การ
หัวข้อการฝึกอบรม (พร้อมภาพและวีดีโอตัวอย่างจริงประกอบการบรรยายแบบเข้มข้นตลอดหลักสูตร)
1. คลังสินค้า…เบื้องหลังความสำเร็จของธุรกิจ
– ทำไมต้องมีคลังสินค้า
– วัตถุประสงค์ของการบริหารจัดการคลังสินค้า
– การวัดผลงานในการจัดการคลังสินค้า
– ความรับผิดชอบหลักในระดับปฏิบัติการ
– ต้นทุนการบริหารคลังสินค้า
2. ขั้นตอนและเทคนิคการจัดการสต็อกสินค้าแบบมืออาชีพ
– สิ่งสำคัญในการจัดการสต็อก
– ผลกระทบต่อองค์กรในการจัดการสต็อก
– ABC Analysis / Pareto’s 80/20 Rule
3. การวางระบบให้สัมพันธ์กับการเคลื่อนไหวของสินค้า
-การรับสินค้าและพัสดุเข้าคลัง
– การจัดเก็บสินค้าและพัสดุในคลัง
– การจัดสายและวิธีการเบิกและจ่ายของออกจากคลัง
– เทคนิคการบันทึกรับสินค้าเข้าคลังและบันทึกเบิกจ่ายออกจากคลัง
– การออกแบบคลังสินค้าและการไหล/การเคลื่อนไหวของสินค้าและการจัดการกับกองเก็บ
+ ปัจจัยที่ต้องคำนึงในการออกแบบคลังสินค้า
+ ข้อมูลพื้นฐานประกอบการออกแบบคลังสินค้า
+ หลักการ Use of Cube
+การกำหนดความต้องการใช้พื้นที่อย่างมีประสิทธิผล
+วิธีการคัดเลือกระบบจัดเก็บในคลังสินค้าอย่างถูกต้อง
– แนวคิดวางผังและการไหลของสินค้า (Warehouse Layout and Flow)
+ ปัจจัยที่ต้องคำนึงในการไหลของสินค้า (การรับ, การจัดเก็บ, การเลือกหยิบ, การเติมเต็มสินค้า & การจ่าย)
+หลักการ Length of Flow
– หลักการกำหนดพื้นที่ของคลังสินค้า
– เทคนิคการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่และควบคุม FIFO
+ Live Storage Systems, Very Narrow Aisle
– หลักการพิจารณาตำแหน่งการวางสินค้า
– จ่ายแบบ UPDATE REALTIME เพื่อทราบยอดคงเหลือตลอดเวลา และทันต่อสถานการณ์
– การแก้ปัญหาการจัดเก็บสต็อคสมัยใหม่ อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
4.Warehouse Management System (WMS)
– WMS – IT Infrastructure
– WMS – Real Time Radio Frequency / Barcode
– กรณีศึกษาการใช้ WMS ในงานจริง
5.การตรวจเช็คสินค้าคงเหลือ
– เทคนิคหลากหลายในการเช็คสต็อก
– วิธีการวัดความแม่นยำจากการตรวจเช็ค
– การนำ Inventory Tag มาช่วยในการเช็คสต็อก
6.เทคนิคการกระทบยอดเมื่อปรากฏผลต่าง
– วิธีการสอบทวนสต็อก (Stock Verification)
– วิธีสอบสวนเพื่อหาสาเหตุแห่ง Discrepancies
7.วิธีการจัดการกับสินค้าที่ไม่เคลื่อนไหว (Dead stock)
8.ระบบควบคุม / การตรวจสอบและการตรวจนับ
วิธีการอบรม
การบรรยาย การฝึกปฏิบัติ และร่วมอภิปราย
ระยะเวลาอบรม 1 วัน วันละจำนวน 6 ชั่วโมง เวลา 09.00-16.00
ค่าอบรม/ราคาท่านละ 4,300 บาท (ไม่รวม VAT 7%)
Early Bird ชำระล่วงหน้า 4,000 บาท
สมัคร 3 ท่านๆละ 3,700 (ไม่รวม VAT 7%)
การเก็บสต็อกไว้มากเกินไป ทำให้ต้นทุนสูงขึ้นและเสียเปรียบในเชิงการแข่งขัน การเก็บสต็อกน้อยเกินไปทำให้ของขาดไม่พอใช้ ไม่พอขาย ทำให้เสียโอกาส และเสียลูกค้า การตรวจนับสต็อกที่ไม่ถูกต้อง และไม่รู้วิธีป้องกัน ก็เกิดปัญหาซ้ำซากไม่รู้จักจบสิ้น การเรียนรู้เทคนิคใหม่ ๆ ที่ใช้กันในบริษัทชั้นนำในการควบคุมดูแลระดับสต็อกให้พอดี จะช่วยให้เราเกิดแนวคิดในการปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานโดยไม่ต้องเพิ่มคน
วัตถุประสงค์ในการฝึกอบรม
1. เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้ทราบหลักการและเทคนิคการจัดระบบและบริหารคลังสินค้าที่ดี เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นได้
2. เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถออกแบบคลังสินค้าเพื่อใช้พื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่องค์กร
คุณสมบัติผู้เข้ารับการอบรม
หัวหน้าคลังสินค้า เจ้าหน้าที่คลังสินค้า เจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิต และบุคลากรที่เกี่ยวข้องขององค์การ
หัวข้อการฝึกอบรม (พร้อมภาพและวีดีโอตัวอย่างจริงประกอบการบรรยายแบบเข้มข้นตลอดหลักสูตร)
1. คลังสินค้า…เบื้องหลังความสำเร็จของธุรกิจ
– ทำไมต้องมีคลังสินค้า
– วัตถุประสงค์ของการบริหารจัดการคลังสินค้า
– การวัดผลงานในการจัดการคลังสินค้า
– ความรับผิดชอบหลักในระดับปฏิบัติการ
– ต้นทุนการบริหารคลังสินค้า
2. ขั้นตอนและเทคนิคการจัดการสต็อกสินค้าแบบมืออาชีพ
– สิ่งสำคัญในการจัดการสต็อก
– ผลกระทบต่อองค์กรในการจัดการสต็อก
– ABC Analysis / Pareto’s 80/20 Rule
3. การวางระบบให้สัมพันธ์กับการเคลื่อนไหวของสินค้า
-การรับสินค้าและพัสดุเข้าคลัง
– การจัดเก็บสินค้าและพัสดุในคลัง
– การจัดสายและวิธีการเบิกและจ่ายของออกจากคลัง
– เทคนิคการบันทึกรับสินค้าเข้าคลังและบันทึกเบิกจ่ายออกจากคลัง
– การออกแบบคลังสินค้าและการไหล/การเคลื่อนไหวของสินค้าและการจัดการกับกองเก็บ
+ ปัจจัยที่ต้องคำนึงในการออกแบบคลังสินค้า
+ ข้อมูลพื้นฐานประกอบการออกแบบคลังสินค้า
+ หลักการ Use of Cube
+การกำหนดความต้องการใช้พื้นที่อย่างมีประสิทธิผล
+วิธีการคัดเลือกระบบจัดเก็บในคลังสินค้าอย่างถูกต้อง
– แนวคิดวางผังและการไหลของสินค้า (Warehouse Layout and Flow)
+ ปัจจัยที่ต้องคำนึงในการไหลของสินค้า (การรับ, การจัดเก็บ, การเลือกหยิบ, การเติมเต็มสินค้า & การจ่าย)
+หลักการ Length of Flow
– หลักการกำหนดพื้นที่ของคลังสินค้า
– เทคนิคการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่และควบคุม FIFO
+ Live Storage Systems, Very Narrow Aisle
– หลักการพิจารณาตำแหน่งการวางสินค้า
– จ่ายแบบ UPDATE REALTIME เพื่อทราบยอดคงเหลือตลอดเวลา และทันต่อสถานการณ์
– การแก้ปัญหาการจัดเก็บสต็อคสมัยใหม่ อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
4.Warehouse Management System (WMS)
– WMS – IT Infrastructure
– WMS – Real Time Radio Frequency / Barcode
– กรณีศึกษาการใช้ WMS ในงานจริง
5.การตรวจเช็คสินค้าคงเหลือ
– เทคนิคหลากหลายในการเช็คสต็อก
– วิธีการวัดความแม่นยำจากการตรวจเช็ค
– การนำ Inventory Tag มาช่วยในการเช็คสต็อก
6.เทคนิคการกระทบยอดเมื่อปรากฏผลต่าง
– วิธีการสอบทวนสต็อก (Stock Verification)
– วิธีสอบสวนเพื่อหาสาเหตุแห่ง Discrepancies
7.วิธีการจัดการกับสินค้าที่ไม่เคลื่อนไหว (Dead stock)
8.ระบบควบคุม / การตรวจสอบและการตรวจนับ
วิธีการอบรม
การบรรยาย การฝึกปฏิบัติ และร่วมอภิปราย
ระยะเวลาอบรม 1 วัน วันละจำนวน 6 ชั่วโมง เวลา 09.00-16.00
ค่าอบรม/ราคาท่านละ 4,300 บาท (ไม่รวม VAT 7%)
Early Bird ชำระล่วงหน้า 4,000 บาท
สมัคร 3 ท่านๆละ 3,700 (ไม่รวม VAT 7%)
สถานที่อบรม (Onsite หรือ Online)
โรงแรมในกรุงเทพ
ราคา
4300
วันที่อบรม
03/12/2026
การติดต่อ
คุณตุ้ม 086-6183752

