หลายครั้งเลยที่ผมได้เห็นคนเข้าใจเครื่องมือผิด ดิจิทัลมาเก็ตติ้งถือเป็นเครื่องมือที่สามารถส่งเสริมการขายได้จริงครับ แต่ต้องเข้าใจในเครื่องมือที่จะใช้ด้วย เหมือนกับการที่เรามีเครื่องมือชั้นดีแต่เราดึงศักยภาพการใช้มาไม่เต็มร้อยก็รั้งแต่จะทำให้เสียเวลา เสียค่าใช้จ่าย ดังนั้นวันนี้ผมจะมาให้ข้อมูลสำคัญครับเมื่อทำตาม 3 ข้อรับรองเห็นผลดีขึ้นครับ

1. ดิจิตัลมาเก็ตติ้งเหมือนหว่านแห ต้องรู้จักเลือกขนาดแห่
มีเยอะมากครับที่คิดจะโปรโมทก็โปรโมท ถือว่าหยาบไปหน่อยเพราะ การทำแบบนั้นรั้งแต่จะทำให้กลยุทธ์ดิจิทัลไม่เกิดประโยชน์ ดังนั้นการจะหว่านแหต้องปรับรูของแหครับ ให้ไซส์มันตรงกับปลาที่เราต้องการเหมือนกับจงเลือกกลุ่มเป้าหมายที่ตรงกับสินค้าครับ ไม่ใช่โพสท์ไปก่อนแต่ตรงไหมไม่รู้แบบนี้เสียค่าใช้จ่าย เสียเวลาครับ เราขายครีมเพิ่มประสิทธิภาพเผาผลาญเพื่อการออกกำลังกายที่มีประสิทธิภาพ เราก็ควรทำกลยุทธ์ดิจิทัลให้ตรงกลุ่มผู้ที่กำลังต้องการออกกำลังกาย แต่ต้องเป็นคนที่กำลังอยู่ในช่วงพยายามนะครับเขาถึงต้องการครีมเรา แบบนี้เป็นต้นครับ เราเรียกแนวทางนี้ว่า การทำให้กลยุทธ์ตรงกลุ่มเป้าหมายครับ

2. กลยุทธ์ที่ดีต้องมีช่องทางที่เหมาะสม
หมายถึงเวลาจะใช้เครื่องมือเหล่านี้ต้องรู้ครับว่าสื่อไหนเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพ เห็นมาเยอะครับ เอะอะอะไรก็เฟสบุ๊คๆ แสดงว่าไม่ได้ศึกษาจริงจัง ดิจิทัลมาเก็ตติ้งเหมือนกับอาวิธสงครามครับ ไม่มีใครเอาบาซูก้าไปถล่มตรอกแคบๆ หรอกครับ หรือต้องการสังหารระยะ 5 เมตรหรอกครับ แบบนั้นมีดเวิร์คกว่า การทำกลยุทธ์เหล่านี้จะต้องมองเห็นถึงการใช้สื่อที่มีประสิทธิภาพครับ เพราะการโพสต์ตรงกลุ่มนั้นถึอว่าแค่เริ่มต้น แต่ถ้าเราเลือกการใช้สื่อที่ตรงกลุ่มมากขึ้นจะทำให้ประสิทธิภาพของเรามากขึ้นเช่นกันครับ เช่น Facebook ได้ทุกกลุ่มก็จริง แต่การเข้าถึงลักษณะของกลุ่มที่ใช้งานเฟสบุ๊คเช่น เวลาไหนกลุ่มที่เราต้องการเน้นเข้าใช้เยอะ จะได้เน้นการโพสท์ที่ตรงจังหวะ หรือบางครั้งทวิตเตอร์อาจจะตรงกลุ่มมากกว่าด้วยการแฮชแท๊คเพื่อให้เกิดการรีทวิตบ่อยๆ เป็นต้น

3. การสื่อสารหรือ คอนเทนท์ ไม่พูดคงไม่ได้ ภาษาที่ใช้ การเล่นกับกลุ่มเป้าหมายจะต้องมีการสร้างการสื่อสารที่เกิดขึ้น 2 ทางขึ้นไป หมายถึงการสื่อสารที่ไม่ใช่แค่ให้เขารู้จักเรา แต่จะต้องสร้างสะพานในการให้เข้าได้สื่อสาร ติดต่อในช่องทางใดช่องทางหนึ่งจึงจะเกิดผลที่ดี ไม่ใช่แค่โพสท์อย่างเดียวสื่อทางเดียวแบบนี้ก็จะได้แค่ทางเดียวขาดพลังของการคงอยู่ในพื้นที่ออนไลน์ที่มีโอกาสถูกดันให้หายไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นหากการสื่อสารเกิดขึ้นในการใช้กลยุทธ์ของเราก็มั่นใจได้ว่าสิ่งที่เราทำไปจะอยู่บนโลกออนไลน์เข้าถึงกลุ่มของเราได้สักพักใหญ่ๆ เลยทีเดียว